ภาพรวมของปี 2562 นั้น บริษัทมีการเติบโตในด้านของรายได้ร้อยละ 19.9 และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานเติบโตร้อยละ 29.9 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนโดยอัตรากำไรสุทธิของบริษัทอยู่ที่ร้อยละ 37.7 ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนที่อยู่ที่ร้อยละ 33.5 ด้านการลงทุนซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในปี 2562 นั้น บริษัทประสบความสำเร็จในการซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพมาบริหารเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 13,906 ล้านบาท

นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์
ประธานกรรมการ

นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ปี 2560

ปี 2560 ถือเป็นปีของจุดเริ่มต้นการเดินทางของบริษัทในการเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย บริษัทได้มีการเตรียมความพร้อมในการเข้าตลาดมาตั้งแต่ปี 2557 โดยเริ่มจากการว่าจ้างบริษัท Pricewaterhouse Coopers ABAS Co., Ltd เข้ามาเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของบริษัทการว่าจ้างที่ปรึกษามาช่วย ในการวางระบบควบคุมภายในรวมถึงการว่าจ้างผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Audit)เข้ามาช่วยตรวจสอบ ระบบควบคุมภายในของบริษัท รวมถึงการเพิ่มทุนและการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในปีปลายปี 2558 การว่าจ้างทีมผู้บริหารใหม่เข้ามาเสริมทัพในปี 2559และต่อมาเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2560 บริษัทก็ได้ยื่นแบบแสดง รายการข้อมูลการการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต) และสำนักงาน ก.ล.ต ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 โดยหุ้นของบริษัทได้เข้าทำการซื้อขายในตลาดวันแรกในมีนาคม 2561

ปี 2560 นอกจากเป็นปีแห่งการเริ่มต้นของการเดินทางแล้วยังเป็นปีแห่งการท้าทายของบริษัทอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ในด้านการจัดเก็บหนี้ให้ได้ตามเป้าหมายในสภาวะที่เศรษฐกิจอยู่ระหว่างการฟื้นตัวอย่างช้าๆการจัดหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ และการขยายธุรกิจการลงทุนไปยังสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่มีหลักประกันมากขึ้น จากประสบการณ์ การทำงานและทีมงานด้านการเจรจา ติดตามและทวงถามหนี้ ที่มีมากว่า 20 ปีของบริษัทส่งผลให้การจัดเก็บหนี้ ของบริษัทบรรลุเป้าหมายโดยส่งผลให้รายได้รวมในปี 2560 ของบริษัทมีมากกว่า 205ล้านบาท ประกอบการความสำเร็จ ในการดำเนินงานในปีที่ผ่านๆมา ส่งผลให้สถาบันการเงินให้เงินทุนหรือเงินกู้กับบริษัทเพื่อใช้ในการขยายธุรกิจมากขึ้น และส่งผลให้ในปี 2560 บริษัทสามารถขยายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่มีหลักประกันได้มากขึ้นอย่างชัดเจน โดย ณ สิ้นปี 2560 บริษัทมีสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกันบริหารอยู่กว่า 29,136 ล้านบาท

ปี 2561

สำหรับปี 2561 ถือว่าเป็นปีแห่งการปลดล็อคข้อจำกัดของบริษัทในการขยายธุรกิจ เนื่องจากในอดีตบริษัทมีข้อจำกัด ในการจัดหาแหล่งเงินทุน โดยการเข้าตลาดและการระดมทุนในปีนี้จะช่วยให้บริษัทปลดล็อคข้อจำกัดดังกล่าวได้ โดยบริษัทมีแผนที่นำเงินทุนที่ได้จากการระดมทุนส่วนใหญ่ในครั้งนี้ไปขยายการลงทุนในพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพทั้ง ที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน โดยบริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าปี 2561 จะเป็นปีแห่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของบริษัท

สุดท้ายนี้ บริษัทขอขอบพระคุณ ท่าน ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุร กิจกรรมการฝ่ายบริหาร และพนักงานทุกท่านที่มีส่วนร่วมสนับสนุนให้บริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดี มีความเจริญเติบโตและมีความเจริญก้าวหน้า อย่างมั่นคง บริษัทมีความมุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบริษัทจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ให้มีการเติบโต ลดปริมาณหนี้เสีย สร้างโอกาสให้ประชาชนได้เครดิตกล ับคืน เพื่อสู่อิสรภาพทางการเงิน โดยไม่ต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ และสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่แข็งแรงให้กับประเทศต่อไป

ปี 2562

ภาพรวมของปี 2562 นั้น บริษัทมีการเติบโตในด้านของรายได้ร้อยละ 19.9 และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานเติบโตร้อยละ 29.9 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนโดยอัตรากำไรสุทธิของบริษัทอยู่ที่ร้อยละ 37.7 ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนที่อยู่ที่ร้อยละ 33.5 ด้านการลงทุนซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในปี 2562 นั้น บริษัทประสบความสำเร็จในการซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพมาบริหารเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 13,906 ล้านบาท ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2562 บริษัทมีพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพบริหารอยู่กว่า 50,427 ล้านบาท โดยมีเงินลงทุนในพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพทั้งสิ้นประมาณ 1,131.3 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานในปี 2562 บริษัทมีรายได้รวม 314.71 ล้านบาท (รวมกำไรจากการขายสินทรัพย์รอการขาย) เพิ่มขึ้น 19.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่อยู่ที่ 262.38 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจหลักซึ่งได้แก่ รายได้ดอกเบี้ยแก่เงินให้สินเชื่อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ 79.9% (รวมกำไรจากการขายสินทรัพย์รอการขาย) รายได้จากการให้บริการติดตามหนี้ 19.50% รายได้จากการปล่อยสินเชื่อ 0.60% ของรายได้รวมในปี 2562

ในขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ในปี 2562 อยู่ที่ 190.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่อยู่ที่ 163.95 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับปีจากการดำเนินงานอยู่ที่ 111.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 85.44 ล้านบาท โดยในปีนี้บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิหรือ Net Profit Margin อยู่ที่ 37.7%

ทิศทางการดำเนินงานของปี 2563 บริษัทมีแผนในการเติบโตในด้านรายได้รวมไว้ไม่ต่ำกว่า 20% โดยบริษัทเชื่อว่าแนวโน้มยอดหนี้เสียในปี 2563 ยังคงมีเพิ่มมากขึ้น โดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) คาดว่าจะยังมีอยู่ในระบบจำนวนมาก ประกอบกับมาตรฐานการบัญชีใหม่หรือ TFRS 9 ที่อาจจะส่งผลให้สถาบันการเงินต้องมีภาระตั้งสำรอง ซึ่งเราคาดว่าน่าจะมีหนี้เสียรวมทั้งระบบอยู่ที่ราว 5 แสนล้านบาท และเป็นหนี้ที่สถาบันการเงินจะปล่อยออกมาประมูลขายราว 2.0 – 3.0 แสนล้านบาท ดังนั้น ในปี 2563 บริษัทจึงวางแผนในการขยายธุรกิจหลัก ซึ่งได้แก่ ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ โดยตั้งเป้าในการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพมาบริหารเพิ่มเติมอีกประมาณ 10,000 ล้านบาท และตั้งงบลงทุนในกาซื้อไว้ประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนธุรกิจบริการและติดทวงถามหนี้ นั้นก็ตั้งเป้าให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจะมุ่งเน้นในการหาลูกค้าใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจปล่อยสินเชื่อนั้น ตั้งงบประมาณการปล่อยสินเชื่อไว้ที่ประมาณ 200 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามแต่จะดำเนินการค่อยเป็นค่อยไปและอย่างรอบคอบ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มหดตัวลง

สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ขอขอบพระคุณพันธมิตรทางธุรกิจทุกท่านที่ให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทเสมอมา โดยขอให้ท่านมั่นใจได้ว่า บริษัทจะมุ่งมั่นทุ่มเทปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ และจะดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักธรรมาภิบาล ตระหนักถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย รวมถึงมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อก้าวสู่การเจริญเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน