นโยบายภาพรวม

บริษัทดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ ตลอดจนมีหลักธรรมาภิบาลเป็นเครื่องกำกับให้บริษัทดำเนินการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโปร่งใส ยุติธรรม และตระหนักถึงผลกระทบในทางลบต่อเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน พนักงาน ลูกค้า และผู้ที่มีส่วนได้เสียภายใต้กรอบจริยธรรมและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ

วิสัยทัศน์

“ เป็นมืออาชีพในการบริหารหนี้ที่มีหลักประกัน และไม่มีหลักประกัน อย่างสร้างสรรค์ เพื่อลูกค้า และผู้ที่เกี่ยวข้อง ”

พันธะกิจ

  • บริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ตามกฎหมาย และพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้
  • เสริมสร้างและรักษาภาพลักษณ์ของลูกค้า และผู้เกี่ยวข้อง
  • ใช้การตลาดนำ ทำอย่างเป็นระบบ จบหรือครบ กระบวนการและขั้นตอน
  • บริหารจัดการด้วยระบบคุณธรรม ให้ความสำคัญกับทางออกของลูกหนี้

บริษัทมีนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม และนโยบายต่อต้านการทุจริต ซึ่งระบุแนวทางการปฏิบัติต่าง ๆ ตามแนวทางความรับผิดชอบต่อสังคมของกิจการที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยกำหนดหลักการ 8 ข้อ ดังต่อไปนี้

  • การประกอบกิจการด้วยความเป็นธรรม

    บริษัทตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจที่สุจริตและเป็นธรรมตามกรอบกติกาการแข่งขัน ภายใต้กฎและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องโดยคำนึงถึงผลประโยชน์และผลกระทบการดำเนินธุรกิจของกลุ่มธุรกิจต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งได้แก่ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า นักลงทุน เจ้าหนี้ ชุมชนโดยรอบบริษัท

  • การต่อด้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

    บริษัทมีนโยบายต่อต้านการทุจริต โดยมุ่งเน้นด้านการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ความโปร่งใส ในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนดำเนินธุรกิจด้วยระบบบริหารที่มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ รวมไปถึงการส่งเสริมอบรมและสร้างจิตสำนึกให้พนักงานตระหนักถึงการทุจริตที่เกิดขึ้น

  • การเคารพสิทธิมนุษยชน

    บริษัทกำหนดกรอบและแนวทางดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษยชนต่างมีมาแต่เกิดโดยเท่าเทียมตามกฎหมาย รวมถึงข้อกำหนดตามมาตรฐานสากลสิทธิมนุษยชนอย่างพียงพอ และไม่เลือกปฏิบัติไม่ว่ามีถิ่นกำเนิด สัญชาติ เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ สีผิว ศาสนา ภาษา หรือสถานะทางสังคมเช่นใด โดยมีการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ตลอดจนการปฏิบัติอย่างเสมอภาคซึ่งเป็นรากฐานของการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล

  • การปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรม

    บริษัทให้ความสำคัญกับคุณค่าของพนักงานของบริษัท โดยผู้บริหารจะต้องปฏิบัติต่อพนักงานอย่างยุติธรรม บริหารงานโดยไม่มีความลำเอียง สนับสนุนในการสร้างศักยภาพในความก้าวหน้า และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน รวมทั้งส่งเสริมให้พนักงานมีความเข้าใจในเรื่องจรรยาบรรณในที่ทำงานที่ต้องพึงปฏิบัติ และจัดสวัสดิการให้อย่างเหมาะสมรวมไปถึงการรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอย่างมีเหตุผล

  • ความรับผิดชอบต่อลูกค้าและลูกหนี้

    บริษัทกำหนดกรอบหลักการและแนวทางการรับผิดชอบต่อลูกค้าและลูกหนี้ด้วยการพัฒนาการบริการที่มีคุณภาพและมาตรฐานจนนำไปสู่ความไว้วางใจ รวมถึงระบบการจัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ มีการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าและลูกหนี้ทั้งก่อนและหลังการดำเนินธุรกิจ มีการให้ข้อมูลอย่างถูกต้องครบถ้วน และเชื่อถือได้เพื่อประกอบการตัดสินใจทำธุรกรรมองค์กร

  • การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

    บริษัทตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนและถือเป็นธุรกิจหลักอย่างหนึ่งโดยจะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด และการกำหนดมาตรฐานการป้องกันและแก้ไขเมื่อเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเนื่องจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท

  • การร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม

    บริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคม จึงจัดให้มีโครงการช่วยเหลือและพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นกิจกรรม สนับสนุนการศึกษา สร้างอาชีพโดยเปิดโอกาสให้ประชาชนที่แม้ไม่ได้จบปริญญาหรือแม้แต่จบมัธยมที่ 3 ได้มีโอกาสร่วมงานกับบริษัทโดยไม่มีการปิดกั้นโอกาส และส่งเสริมให้คนพึ่งตนเองผ่านกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม

  • นวัตกรรมและการเผยแพร่นวัตกรรม

    บริษัทกำหนดแนวทางการพัฒนานวัตกรรมที่นำไปสู่การเพิ่มมาตรฐานกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงปลูกจิตสำนึกให้พนักงานในองค์กรเป็นผู้ที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงและคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ โดยสามารถเชื่อมโยงเป้าหมายองค์กรกับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสังคมได้อย่างสมดุล

กิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (After Process)

บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) รวมถึงเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างสรรค์สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน บริษัทจึงพยายามที่จะจัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ กิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่บริษัทได้จัดทำและเข้าร่วมในปี 2561 ประกอบด้วย

กิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR)
ลำดับ วันที่ สถานที่ ชื่อโครงการ รายละเอียดโครงการ จำนวนเงิน
1. 13/7/61 อิมแพ็คเมืองทองธานี มอบทุนการศึกษาเด็กพิการ มูลนิธิพัฒนาศักยภาพคนพิการ เนื่องด้วยบริษัทได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาของเด็กพิการ บริษัทจึงมอบทุนการศึกษาทุกระดับชั้นให้แก่คนพิการเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาจำนวน 10 ทุน 50,000 บาท
2. 25/8/61 วัดอำนาจเจริญ จ.อุดรธานี โรงทาน เนื่องด้วยบริษัทได้รับเชิญร่วมเป็นประธานในพิธีทำบุญโรงทานให้แก่ผู้ยากไร้ โดยมีวัดอำนาจเจริญได้เป็นเจ้าภาพจัดงานบุญซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ยังมีผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมากร่วมงานบุญดังกล่าวเช่นกัน 30,000 บาท
3. 3/12/61 โรงเรียนบ้านคำย่านาง จ.อำนาจเจริญ มอบเสื้อกันหนาว อาหารกลางวัน และทุนการศึกษา เนื่องด้วยความหนาวเย็นปกคลุมในแถบภาคเหนือและอีสานเป็นประจำทุกปี บริษัทจึงร่วมบริจาคเสื้อหนาวจำนวน 200 ตัวให้แก่เด็กและประชาชนผู้มีอยู่ในชนบทห่างไกล ไว้บรรเทาความหนาวเย็น พร้อมกันนี้บริษัทยังเป็นเจ้าภาพในการให้ทุนการศึกษาแก่โรงเรียนบ้านคำย่านาง และร่วมเป็นเจ้าภาพในการเลี้ยงอาหารมื้อกลางวัน 50,000 บาท
4. 25/12/61 โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มอบเงินสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เนื่องด้วยโรงพยาบาลได้ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ บริษัทได้ทราบความจำเป็นและประโยชน์ของการมีเครื่องมือแพทย์ในการรักษาผู้ป่วย บริษัทจึงขอมอบเงินสมทบเพื่อช่วยสนับสนุนการซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาล 50,000 บาท

แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นและความขัดแย้งทาง ผลประโยชน์ (Conflict of Interests)

  • การรับเงินหรือประโยชน์ตอบแทน
      1. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องไม่รับเงินหรือประโยชน์ตอบแทนใด ๆ เป็นการส่วนตัวจากลูกค้า คู่ค้า ของบริษัท หรือจากบุคคลใดอันเนื่องจากการทำงานในนามบริษัท
      2. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน จะต้องไม่ให้กู้หรือกู้ยืมเงิน หรือเรี่ยไรเงิน สิ่งของจากลูกค้าหรือผู้ทำธุรกิจกับบริษัท เว้นแต่เป็นการกู้ยืมเงินจากธนาคารหรือสถาบันการเงินในฐานะของลูกค้าของธนาคารหรือสถาบันการเงินดังกล่าว
  • การประกอบธุรกิจอื่นนอกบริษัท
      1. การทำธุรกิจส่วนตัวใด ๆ ของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่และเวลาทำงานของบริษัท
      2. ห้ามประกอบธุรกิจหรือมีส่วนร่วมในธุรกิจใดอันเป็นการแข่งขันกับธุรกิจของกลุ่มบริษัท ไม่ว่ากรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานดังกล่าวจะได้รับประโยชน์โดยตรงหรือโดยทางอ้อมก็ตาม
  • การทำธุรกิจใดๆ กับกลุ่มบริษัท
      1. การทำธุรกิจใด ๆ กับบริษัททั้งในนามส่วนตัว ครอบครัว หรือในนามนิติบุคคลใด ๆ ที่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานนั้นมีส่วนได้ส่วนเสีย จะต้องเปิดเผยส่วนได้ส่วนเสียต่อบริษัทก่อนเข้าทำรายการ
      2. ห้ามกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานที่มีส่วนได้เสียเป็นผู้อนุมัติในการตกลงเข้าทำรายการหรือกระทำการใด ๆ ในนามบริษัท
      3. ผู้ทำรายการในนามบริษัทมีหน้าที่ต้องตรวจสอบความสัมพันธ์ของคู่ค้าว่าเกี่ยวข้องกับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานหรือไม่ ก่อนทำรายการเพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ นิยามของความสัมพันธ์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เรื่องการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกันของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • การรับของขวัญและการรับเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ
      1. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน พึงหลีกเลี่ยงการรับของขวัญทั้งที่เป็นตัวเงินและมิใช่ตัวเงินจากคู่ค้าหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท เว้นแต่ในเทศกาลหรือประเพณีนิยม แต่ต้องมีมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นต้องรับของขวัญหรือทรัพย์สินอื่นใดในมูลค่าที่สูงกว่า 3,000 บาท ให้รายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการตามความเหมาะสม
      2. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน สามารถรับการเลี้ยงรับรองทางธุรกิจได้ เพื่อประโยชน์ในธุรกิจของบริษัท และพึงหลีกเลี่ยงการรับการเลี้ยงรับรองในลักษณะที่เกินกว่าเหตุความสัมพันธ์ปกติจากบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับบริษัทหรือจะเป็นคู่ค้าในอนาคต
  • การเดินทางไปสัมมนา ดูงานทัศนะศึกษา
      1. กรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน สามารถรับเชิญไปดูงาน สัมมนาและทัศนะศึกษา ซึ่งคู่ค้าซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสีย เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเดินทางให้ได้ ทั้งนี้ เฉพาะเพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจ และต้องผ่านการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจเท่านั้น แต่ห้ามรับเงินหรือประโยชน์อื่นใดจากคู่ค้า
  • การให้ของขวัญและการเลี้ยงรับรอง
      1. ในบางสถานการณ์ ผู้อื่นอาจมองว่าการให้ของขวัญและการเลี้ยงรับรองนั้นเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน หรือในกรณีที่ร้ายแรงกว่านั้นคือถือเป็นการให้สินบน หากพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้อื่นอาจมองได้ว่าของขวัญหรือการเลี้ยงรับรองนั้นเป็นการกระทำเพื่อหวังผลตอบแทนทางธุรกิจจากรัฐบาลหรือเพื่อผลประโยชน์ใด ๆ จากรัฐบาล กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานจะต้องไม่ให้ของขวัญหรือจัดให้มีการเลี้ยงรับรองนั้น แต่ทั้งนี้ อาจมีการเสนอของขวัญและการเลี้ยงรับรองที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้าโดยบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการเท่านั้น
      2. ในบางธุรกิจ นิติบุคคลและภูมิภาคของบริษัทมีกระบวนการเกี่ยวกับเรื่องนี้ซึ่งอาจมีการตั้งข้อจำกัดที่เข้มงวดมากกว่า และ/หรือ กำหนดให้มีการรายงานหรือการอนุมัติเพิ่มเติม
  • การบริจาคเพื่อการกุศล
      1. บริษัทมุ่งต่อการเป็นพลเมืองในฐานะบริษัทที่ดีและแสดงบทบาทอย่างเข้มแข็งในการให้การสนับสนุนในชุมชนซึ่งบริษัทประกอบธุรกิจ รวมไปถึงการบริจาคต่าง ๆ ซึ่งบริษัทเป็นผู้ให้ทุนจะช่วยสนับสนุนวัตถุประสงค์เพื่อการกุศลของบริษัท และจะจัดสรรผ่านสถาบันการกุศลที่หลากหลายเพื่อป้องกันการเข้าไปเกี่ยวข้องกับองค์กรการกุศลที่ไม่เหมาะสม (เช่น องค์กรที่สนับสนุนโดยผู้ก่อการร้ายและกิจกรรมการฟอกเงิน กลฉ้อฉลหรืออาชญากรรมอื่น) ทั้งนี้ พนักงานจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (Anti Money Laundering: AML)
      2. การบริจาคเพื่อการกุศลจะต้องไม่เป็นการให้จากบริษัท หรือเป็นการร้องขอจากพนักงาน ลูกค้า ผู้ให้บริการ เจ้าหน้าที่รัฐ หรือหุ้นส่วนทางธุรกิจอื่น ๆ เพื่อเป็นเงื่อนไขหรือเพื่อครอบงำการตัดสินใจทางธุรกิจ (หรือปราศจากผลประโยชน์ต่างตอบแทน) หรือกระทำขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของบุคคลใด ๆ
      3. การให้เงินบริจาคแก่องค์กรการกุศลต่าง ๆ ควรเป็นความลับ โดยเกิดจากความสมัครใจอย่างแท้จริง และไม่มีผลกระทบต่อการจ้างงานหรือการตัดสินใจให้การชดเชยหรือตอบแทน และจะต้องสอดคล้องกับนโยบายของบริษัท
  • กิจกรรมทางการเมืองและการให้เงินสนับสนุนทางการเมือง
      1. ในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง พนักงานอาจมีความสนใจในกระบวนการทางการเมืองหรือการโน้มน้าวจิตใจหรือการสร้างความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างไรก็ตาม การมีส่วนร่วมในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางการเมืองในระดับต่าง ๆ ทั้งในระดับนานาชาติ ระดับชาติ หรือระดับท้องถิ่นอาจเกิดความพัวพันและความรับผิดทางกฎหมายสำหรับบริษัทได้ ซึ่งเป็นเรื่องทีอาจเกิดขึ้นได้แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่พนักงานทำด้วยตนเองโดยไม่ได้เป็นตัวแทนของบริษัท อย่างไรก็ตาม บริษัทมีพื้นฐานการทำงานที่ถูกต้องรวมไปถึงนโยบายของบริษัทที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ทั้งนี้ มีกฎหมายหลายฉบับที่กำกับดูแลกิจกรรมทางการเมืองของบริษัท รวมทั้งพนักงานและตัวแทนของบริษัท ดังนั้น การที่พนักงานดำเนินกิจกรรมทางการเมืองใด ๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตอาจส่งผลให้เกิดการฝ่าฝืนกฎหมาย การลงโทษทางแพ่ง หรือทางอาญา การห้ามดำเนินธุรกิจ และ/หรือ ความเสี่ยงต่อการเสียชื่อเสียงสำหรับบริษัท
  • การทำธุรกิจภายนอก

    เมื่อพนักงานของบริษัททำหน้าที่เป็นกรรมการของบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในเครือ ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์และมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงผลกำไรที่อยู่ในประเทศหรือเขตการปกครองใด ๆ ย่อมเกิดความเสี่ยงในเรื่องความรับผิดชอบของพนักงานผู้นั้นในฐานะกรรมการ รวมทั้งความเสี่ยงว่าพนักงานผู้นั้นจะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเข้าร่วมในกิจการของบริษัทแห่งนั้นด้วย ด้วยเหตุนี้จึงอาจเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดชอบของพนักงานผู้ในนั้นในการทำงานให้กับบริษัท ทั้งนี้ บริษัทไม่สนับสนุนอย่างยิ่งที่จะให้พนักงานประจำแสวงหาหรือยอมรับตำแหน่งกรรมการภายนอกบริษัทในบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์และมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงผลกำไร

    พนักงานทุกคนของบริษัทต้องเปิดเผยให้ทราบและขอรับคำอนุมัติที่จำเป็นล่วงหน้าก่อนที่จะเข้าร่วมในกิจกรรมดังต่อไปนี้

      1. ตำแหน่งกรรมการและสมาชิกในคณะกรรมการของบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์และมีวัตถุประสงค์โดยแสวงผลกำไร
      2. ตำแหน่งกรรมการและสมาชิกในคณะกรรมการของบริษัทเอกชนและมีวัตถุประสงค์โดยแสวงผลกำไร
      3. ตำแหน่งกรรมการและสมาชิกในคณะกรรมการขององค์กรที่ไม่แสวงผลกำไรซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของคณะกรรมการ บริหารการตรวจสอบ การเงิน หรือการลงทุน
      4. ลงสมัครรับเลือกตั้ง ยอมรับตำแหน่งในหน่วยงานรัฐบาล หรือมีความสัมพันธ์แบบอื่นกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานกึ่งรัฐ
      5. การทำธุรกิจภายนอกอื่น ๆ รวมถึงกิจกรรมที่ไม่หวังผลกำไร หากก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนที่เกิดขึ้นจริง หรือที่เข้าใจว่าอาจเกิดขึ้นได้หรือดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้น
  • การจัดการและการรักษาจรรยาบรรณ
      1. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณอย่างเคร่งครัด หากพบว่ามีการฝ่าฝืนหรือกระทำการใด ๆ ที่ขัดต่อจรรยาบรรณ บริษัทจะพิจารณาลงโทษตามลักษณะแห่งความผิดตามควรแก่กรณีให้เป็นไปตามระเบียบการบริหารงานบุคคล
      2. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนมีหน้าที่ลงนามรับทราบจรรยาบรรณนี้ เมื่อเข้าเป็นพนักงานและเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง
      3. ผู้บริหารและผู้บังคับบัญชาต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามจรรยาบรรณ และมีหน้าที่ในการสอดส่องดูแลและส่งเสริมผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามจรรยาบรรณที่กำหนด
      4. การขอยกเว้นการปฏิบัติตามจรรยาบรรณนี้ให้แก่ผู้บริหารและกรรมการ จะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท
  • การรายงานประเด็นด้านจริยธรรมและการรับเรื่องร้องเรียน
    1. ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน (Hot Line)

      กรณีพบเห็นการกระทำที่สงสัยว่าฝ่าฝืน หรือการไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมและจรรยาบรรณ หรือพบเห็นการกระทำผิด การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับบริษัท โดยคณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ และ/หรือ คณะกรรมการบริษัท จะดำเนินการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน เพื่อให้มีความยุติธรรมโดยรวดเร็วที่สุด โดยพนักงาน สามารถสอบถามข้อสงสัย หรือรายงานต่อผู้ที่รับผิดชอบ และ/หรือ สามารถกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน โดยข้อมูลจะถูกส่งไปยังคณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ และ/หรือ คณะกรรมการบริษัท โดยข้อมูลจะถูกปิดเป็นความลับ โดยมีช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน ดังต่อไปนี้

      1. ผู้บังคับบัญชาของพนักงานโดยตรง
      2. ฝ่ายบุคคลที่เบอร์ติดต่อ 02-004-5588
      3. กรอกข้อมูลในเว็บไซต์ของบริษัท http://www.chayo555.com/ หรืออีเมล์ center@chayo555.com

    2. การดำเนินการเมื่อได้รับเรื่องร้องเรียน

      ผู้รับเรื่องร้องเรียนดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมและจรรยาบรรณเพื่อพิจารณาขั้นตอน และวิธีการจัดการที่เหมาะสมในแต่ละเรื่องเพื่อนำเสนอมาตรการดำเนินการระงับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมและจรรยาบรรณ รวมถึงการบรรเทาความเสียหายให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบและรายงานผลให้ผู้ร้องเรียนทราบ (กรณีเปิดเผยชื่อ)

    3. มาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียนหรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริง
      1. ผู้ร้องเรียน หรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริง สามารถเลือกที่จะไม่เปิดเผยตนเองได้ อย่างไรก็ตาม หากมีการเปิดเผยตนเอง บริษัทจะสามารถติดต่อและรายงานผลได้
      2. ผู้รับเรื่องร้องเรียนต้องเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นความลับ และจะเปิดเผยเท่าที่จำเป็นแก่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเท่านั้น
      3. บริษัทห้ามมิให้มีการตอบโต้ต่อผู้ร้องเรียน หรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเด็ดขาด การตอบโต้จะเป็นเหตุให้มีการลงโทษทางวินัยสูงสุด ซึ่งอาจรวมถึงการเลิกจ้าง